UOB เผย 70% SME ไทยใช้ AI แล้ว แซงค่าเฉลี่ยอาเซียน แต่กับดักต้นทุนยังรออยู่

ผลสำรวจ UOB Business Outlook Study 2026 (H1) เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า SME ไทยมากกว่า 7 ใน 10 รายกำลังนำ AI มาใช้ในการดำเนินธุรกิจจริง ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอาเซียนอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่า SME ไทยไม่ได้รอช้าในการปรับตัวรับเทคโนโลยี

AI ที่ให้ผลลัพธ์จับต้องได้

ในบรรดาธุรกิจไทยที่นำ AI มาใช้แล้ว 58% รายงานว่าสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน ขณะที่ 44% ชี้ว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน นี่ไม่ใช่แค่การทดลอง แต่เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนจริง ซึ่งอธิบายว่าทำไม SME ไทยจึงกล้าเพิ่มงบประมาณด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

80% มีแผนขยายธุรกิจไปต่างประเทศ

UOB ยังพบว่า SME ไทยกว่า 80% มีแผนขยายธุรกิจไปต่างประเทศภายใน 2-3 ปีข้างหน้า เพื่อกระจายความเสี่ยงจากตลาดในประเทศที่อิ่มตัวและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การขยายสู่อาเซียนไม่ใช่เพียงกลยุทธ์การเติบโต แต่เป็นมาตรการป้องกันความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์

ต้นทุนที่พุ่งสูงคือความกังวลอันดับหนึ่ง

แม้การลงทุนใน AI จะเพิ่มขึ้น แต่ผลสำรวจยืนยันว่าต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นยังคงเป็นความกังวลอันดับหนึ่งของ SME ไทย รองลงมาคือความไม่แน่นอนของตลาดในอาเซียนและจีน อัตราดอกเบี้ยที่สูง และภาวะเศรษฐกิจซบเซา ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังชี้ว่ามีการเลิกจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7% ต่อปี

ESG กลายเป็นวาระหลัก

ที่น่าสนใจคือ SME ไทยให้ความสำคัญกับ ESG (37%) การหาลูกค้าใหม่ (33%) และดิจิทัลไลเซชัน (27%) สูงกว่าการลดต้นทุนแบบเดิม (25%) สะท้อนการเปลี่ยนกระบวนทัศน์จาก “อยู่รอด” สู่ “เติบโตอย่างยั่งยืน”

บทเรียนจาก “The Resilient Innovators”

UOB ยังตั้งข้อสังเกตว่า SME ไทยกำลังเปลี่ยนจากโหมด “ลดต้นทุนเพื่อเอาตัวรอด” สู่การสร้าง “ภูมิคุ้มกันที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ระยะยาวที่ชาญฉลาดกว่า การใช้ ASEAN ไม่เพียงเป็นตลาดใหม่ แต่เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ตอบโจทย์ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก